พระมารดาของพระวจนาตถ์และพระมารดาแห่งความยินดี

“พระมารดาของพระวจนาตถ์และพระมารดาแห่งความยินดี”


124.    ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างพระวาจาของพระเจ้ากับความยินดีปรากฏอย่างชัดเจนในพระมารดาของพระเจ้า เราจงระลึกถึงคำพูดของนักบุญเอลีซาเบธที่ว่า “เธอเป็นสุขที่เชื่อว่าพระวาจาที่พระเจ้าตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง” (ลก 1:45) พระนางมารีย์เป็นสุขเพราะมีความเชื่อ และเพราะความเชื่อนี้พระนางก็ได้รับพระวาจา (พระวจนาตถ์) ของพระเจ้าไว้ในพระครรภ์เพื่อมอบต่อไปให้แก่โลก ความยินดีที่เกิดจากพระวาจาบัดนี้อาจแผ่ขยายไปได้ถึงทุกคนที่ยอมให้พระวาจาของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงตัวเขา พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกากล่าวถึงธรรมล้ำลึกของการฟังและความยินดีไว้สองแห่ง พระเยซูเจ้าตรัสว่า “มารดาและพี่น้องของเราคือผู้ที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าและนำไปปฏิบัติ” (8:21) และเมื่อหญิงคนหนึ่งในหมู่ประชาชนที่ฟังพระองค์อยากยกย่องพระมารดาที่ให้กำเนิดและเลี้ยงพระองค์ พระเยซูเจ้าก็ทรงเปิดเผยเคล็ดลับของความยินดีแท้จริงว่า “คนทั้งหลายที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตามย่อมเป็นสุขกว่านั้นอีก” (11:28) พระเยซูเจ้าทรงชี้ให้ทุกคนเห็นความยิ่งใหญ่ของพระแม่มารีย์ และดังนี้ทรงเปิดโอกาสให้เราแต่ละคนเข้าถึงความสุขที่เกิดจากพระวาจาที่เรารับและปฏิบัติตามได้ ข้าพเจ้าจึงเตือนคริสตชนทุกคนว่า ความสนิทสนมของเรากับพระเจ้าทั้งส่วนตัวและส่วนรวมขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยที่เรามีกับพระวาจา ในที่สุด ข้าพเจ้ายังคิดถึงผู้มีน้ำใจดีทุกคน รวมทั้งผู้ที่ได้ออกจากพระศาสนจักร ละทิ้งความเชื่อไป หรือไม่เคยได้ฟังข่าวดีเรื่องความรอดพ้น องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับแต่ละคนว่า “ดูเถิด เรากำลังยืนเคาะประตู ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปกินอาหารร่วมกับเขา เขาจะกินอาหารร่วมกับเรา” (วว 3:20)
    แต่ละวันของเราจึงต้องถูกจัดระเบียบจากการพบเป็นประจำกับพระคริสตเจ้า พระวาจา (พระวจนาตถ์) ของพระบิดาเจ้า พระวจนาตถ์ผู้รับธรรมชาติมนุษย์ พระองค์ทรงเป็นอยู่เมื่อแรกเริ่มและในวาระสุดท้าย “และสรรพสิ่งดำรงอยู่เป็นระเบียบในพระองค์” (คส 1:17) ขอให้เราเงียบเพื่อฟังและไตร่ตรองพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อพระอานุภาพของพระจิตเจ้าจะบันดาลให้พระวาจานั้นได้ดำรงอยู่ในเรา และตรัสกับเราทุกวันตลอดชีวิต โดยวิธีนี้พระศาสนจักรก็จะปรับปรุงตนให้สดชื่นอยู่เสมอ อาศัยพระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งดำรงอยู่ตลอดนิรันดร (เทียบ 1 ปต 1:25; อสย 40:8) และดังนี้ พวกเราด้วยก็จะเข้าไปร่วมอยู่ในการเสวนาครั้งใหญ่ซึ่งเป็นบทสรุปของพระคัมภีร์ “พระจิตเจ้าตรัสพร้อมกับเจ้าสาวว่า ‘เชิญเสด็จมาเถิด’ ผู้ฟังจงทูลว่า ‘เชิญเสด็จมาเถิด’ ผู้ทรงเป็นพยานถึงเหตุการณ์เหล่านี้ตรัสว่า ‘ใช่แล้ว เราจะมาทันที’ ‘อาเมน ข้าแต่พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเสด็จมาเถิด’” (วว 22:17,20)