^Back To Top

  • 1 1
    หลักปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

พระเจ้าทรงห่วงใยประชากรของพระองค์

17. พระเจ้าทรงห่วงใยประชากรของพระองค์
    จากทะเลต้นกก เดินทางเข้าไปสู่ถิ่นทุรกันดารชูร์ เขาเดินทางในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสามวันก็ไม่พบน้ำ  เมื่อเขามาถึงมาราห์ เขาไม่อาจดื่มน้ำที่มาราห์ได้ เพราะน้ำนั้นขม เพราะเหตุนี้บ่อน้ำที่นั่นจึงมีชื่อว่ามาราห์   ประชากรก็บ่นว่าโมเสสว่า “เราจะดื่มอะไรเล่า”  โมเสสอ้อนวอนองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงชี้ให้เขาเห็นท่อนไม้ท่อนหนึ่ง เขาจึงโยนท่อนไม้นั้นลงไปในน้ำ น้ำนั้นก็หายขมและสามารถดับความกระหายของพวกเขา
    ชุมชนชาวอิสราเอลต่างต่อว่าโมเสสและอาโรนในถิ่นทุรกันดาร  ชาว อิสราเอลพูดกับเขาทั้งสองว่า “พระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าประหารพวกเราในแผ่นดินอียิปต์เมื่อนั่งอยู่ รอบหม้อเนื้อและกินอิ่มยังดีกว่าที่ท่านพาพวกเราออกมาในถิ่นทุรกันดารนี้ เพื่อให้พวกเราทุกคนอดตาย”        องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสแก่โมเสสว่า “ดูซิ เราจะบันดาลให้มีอาหารตกลงมาจากฟ้าเหมือนฝนให้ท่านทั้งหลายกิน ทุกวันประชากรต้องออกไปเก็บอาหารให้พอกินในวันนั้น” เย็นวันนั้น ฝูงนกคุ่มบินมาจนเต็มค่าย   ในเวลาเช้ามีน้ำค้างแผ่อยู่ทั่วไปรอบค่ายพัก  เมื่อน้ำค้างระเหยแล้ว ก็เห็นมีเกล็ดเป็นเม็ดเล็ก ๆ บนผิวดินในถิ่นทุรกันดาร เหมือนน้ำค้างที่จับแข็ง    ชาวอิสราเอลเรียกอาหารนั้นว่า “มานนา” มีลักษณะเหมือนเมล็ดผักชีสีขาว รสเหมือนกับขนมปังกรอบผสมน้ำผึ้ง    ทุกคนมารวมตัวกันและทุกคนก็มีอาหารอย่างพอเพียง    และมิใช่เพียงแต่วันนั้นเท่านั้น แต่ทุกๆ วันตลอดสี่สิบปีที่ชาวอิสราเอลต้องมีชีวิตอยู่ในถิ่นทุรกันดารนั้น    พระเจ้าประทานมานนาและเนื้อให้กับพวกเขาตลอดเวลา
    นับแต่นั้นมาพ่อแม่ก็บอกลูกหลานของตนว่า พระเจ้ามีความห่วงใยชนชาติของเขาอย่างไร และพระองค์ก็ยังมีความห่วงใยจนตราบเท่าทุกวันนี้    ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ทุกคนควรจะได้เรียนรู้ว่าเขาสามารถไว้วางใจพระเจ้าได้ และเชื่อใจในความช่วยเหลือของพระองค์ (อพย 15 : 22 – 16 : 36)

ค้นหา

ถ่ายทอดสด พิธีบูชาขอบพระคุณ

MASS Header re

คำสอนออนไลน์ ศีลศักดิ์สิทธิ์

7 Sacraments ๒๐๐๓๑๖ 0010 resize

Pope Report คำสอน บทเทศน์

pope report francis

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
5703
11241
16944
70364
390163
17130127
Your IP: 3.226.243.36
2020-04-06 15:59

สถานะการเยี่ยมชม

มี 133 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk