^Back To Top

  • 1 1
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 2 2
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 3 3
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 4 4
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 5 5
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)

www.kamsonbkk.com

โยบร้องขอคำตอบจากพระเจ้า

41. โยบร้องขอคำตอบจากพระเจ้า
    โยบเป็นผู้ที่ศรัทธา เขามีความเชื่อและไว้วางใจพระเจ้าและหลีกเลี่ยงการทำบาป โยบเป็นคนมั่งมี เขามีบุตรชายเจ็ดคน บุตรสาวสามคน และมีแกะจำนวนมากนอกจากนั้นเขาก็ยังมีอูฐ วัว และลาตัวเมีย    สำหรับโยบไม่เป็นการยากที่เขาจะมีความเชื่อในพระเจ้า ผู้ทรงประทานทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เขา
    แต่พระเจ้าต้องการจะทดลองใจโยบ ได้มีกลุ่มโจรเข้ามาที่ฝูงสัตว์ของเขา โจรเหล่านั้นได้ฆ่าคนเลี้ยงแกะและก็ขโมยสัตว์ไป แต่ถึงกระนั้นโยบก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรเพราะว่าเขามีความไว้ใจในพระเจ้า    ต่อมาเหตุการณ์ร้ายก็เกิดกับโยบเป็นครั้งที่สองขณะที่บุตรชายและบุตรสาวของเขานั่งที่โต๊ะอาหาร    พายุหมุนก็พัดมาอย่างรุนแรงและทำลายบ้านของเขา    บุตรชายและบุตรสาวของโยบก็ตายโดยก้อนหินที่สร้างบ้านได้ตกลงมาทับเขาเหล่านั้น    เมื่อโยบได้ยินเรื่องเศร้าโศกดังกล่าว เขาก็ลุกขึ้น ฉีกเสื้อคลุม โกนศีรษะแสดงความทุกข์ กราบลงหน้าจรดพื้น กล่าวว่า
“ข้าพเจ้าตัวเปล่าออกมาจากครรภ์มารดา ข้าพเจ้าก็จะตัวเปล่ากลับไป
พระยาห์เวห์ประทานให้ พระยาห์เวห์ทรงเอาคืน
ขอถวายพระพรแด่พระนามของพระยาห์เวห์”
    แต่ก็ยังมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับโยบตามมาอีก    เขาได้เป็นฝีร้ายตั้งแต่ฝ่าเท้าจรดศรีษะ    เขาใช้เศษภาชนะดินเผาขูดตามตัวและนั่งอยู่บนกองขี้เถ้า    ภรรยาของโยบเข้ามาหาและพูดว่า “ท่านยังยึดมั่นในความดีพร้อมอยู่อีกหรือ จงสาปแช่งพระเจ้าและตายเสียเถอะ”    แต่เขาตอบนางว่า “เธอพูดอย่างหญิงโง่จะพึงพูด ถ้าเรารับของดีๆ จากพระเจ้า ทำไมเราจึงไม่รับของไม่ดีด้วยเล่า”
    โยบมีเพื่อนอยู่สามคน    เมื่อเขาทั้งสามได้ยินเรื่องโชคร้ายของโยบ    เขาก็ตกลงกันจะไปเยี่ยมโยบเพื่อที่จะให้กำลังใจเขาและทำให้เขามีความสบายใจขึ้นบ้างแต่เมื่อพวกเขาได้มาพบกับโชคร้ายที่โยบได้รับ    เขาทั้งสามก็ร้องไห้สงสารโยบที่ต้องเผชิญเคราะห์กรรมเช่นนั้น    เขาทั้งสามนั่งอยู่ข้างๆ โยบเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน ไม่มีใครพูดกับโยบแม้เพียงคำเดียวเพราะเห็นว่าโยบต้องทุกข์ทรมานมาก    แล้ววันหนึ่งโยบก็เป็นผู้เริ่มต้นพูดกับพระเจ้าและโต้เถียงกับพระองค์    เขาได้บ่นกับพระองค์ในความทุกข์ลำบากที่เขาได้รับ    เขาต่อว่าพระองค์ที่ส่งเขามาในโลกนี้ เขาเป็นคนบริสุทธิ์คนหนึ่ง แต่เคราะห์กรรมที่เกิดกับเขามากมายนัก
    เพื่อนทั้งสามของโยบมีความกลัวมากที่ได้ยินโยบกล่าวดังนั้น เขาต้องการจะปกป้องพระเจ้า และเขาก็พูดกับโยบว่า “ท่านกล่าวปรักปรำพระเจ้าได้อย่างไร ทุกคนทราบดีว่าพระองค์ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม พระองค์ประทานรางวัลให้กับคนดีและลงโทษคนบาป        พระองค์จะไม่ทำให้ท่านได้รับความทุกข์ทรมานอย่างนี้ถ้าท่านไม่สมควรจะได้รับการลงโทษอย่างนั้น แต่โยบมีความเชื่อในเหตุผลของเขา เขาเรียกร้องให้พระเจ้าอธิบายให้เขาฟังว่า ทำไมคนที่ศรัทธาอย่างเขาจึงต้องมาสมควรได้รับความทุกข์ยากลำบากอย่างนี้
    เพื่อนของเขาพยายามอธิบายให้เขาฟังเป็นเวลานานเพื่อให้เขาเปลี่ยนใจยอมรับว่าเขาเป็นคนผิด    เพราะว่าพระเจ้ามิใช่ผู้ทรงความอยุติธรรม แต่โยบก็ไม่ยอกเลิก เขาต้องการจะเข้าใจให้ได้ว่าทำไมพระเจ้าจึงตอบแทนความเชื่อของเขาด้วยสิ่งชั่วร้าย แล้วพระเจ้าก็ตรัสกับโยบออกมาจากลมพายุ พระองค์ถามเขาว่า “ผู้นี้เป็นใครที่ใช้ถ้อยคำไร้ความรู้ ทำแผนการของเราผิดไป จงคาดสะเอวอย่างชายฉกรรจ์เถิด เราจะถามท่าน ท่านจะต้องตอบเรา”    “ท่านอยู่ที่ไหนเมื่อเราวางรากฐานของแผ่นดิน จงบอกมาซิถ้าท่านมีความรู้มากจริง    ท่านสามารถแยกแผ่นดินออกจากน้ำได้ไหม? ท่านให้มีเวลากลางวันและกลางคืนหรือ กำหนดเวลาได้ไหม? ท่านทำให้ดวงดาวเกิดขึ้นบนท้องฟ้าได้ไหม? ท่านเป็นคนจัดหาอาหารให้สำหรับสัตว์บนโลกนี้หรือ?”  โยบได้ฟังคำถามของพระเจ้าแต่เขาไม่มีคำตอบให้พระเจ้า และแล้วเขาก็ได้เข้าใจว่าพระเจ้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าการเข้าใจได้    ดังนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่เขามีความวางใจในพระองค์    แม้ว่าแผนการของพระองค์จะไม่สามารถเข้าใจได้ก็ตาม
    โยบทูลตอบพระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่าพระองค์ทรงกระทำได้ทุกสิ่ง ไม่มีผู้ใดขัดขวางพระประสงค์ของพระองค์ได้    พระองค์สามารถทำได้สำเร็จ นอกเหนือไปจากวามโง่เขลา ข้าพระองค์ขอยอมรับว่าพระองค์มีเหตุผลของพระองค์ แผนการของพระองค์เป็นสิ่งประเสริฐ ข้าพระองค์ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ นับตั้งแต่บัดนี้ข้าพระองค์ไม่เพียงแต่จะทราบจากสิ่งที่พระองค์ตรัสแก่ข้าพระองค์เท่านั้น แต่ข้าพระองค์ได้เห็นด้วยตาของข้าพระองค์เองด้วย    และดังนั้น ข้าพระองค์จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าพระองค์ได้ทูลกับพระองค์กลับไป และข้าพระองค์จะวางใจในพระองค์ตลอดไป” (โยบ)

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
5696
11887
73013
310476
816522
16546843
Your IP: 3.233.215.231
2020-02-21 08:59

สถานะการเยี่ยมชม

มี 113 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk