^Back To Top

  • 1 1
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 2 2
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 3 3
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 4 4
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)
  • 5 5
    “ท่านทั้งหลายเป็นจดหมายจากพระคริสตเจ้า เป็นจดหมายที่เราเขียน มิได้เขียนด้วยน้ำหมึก แต่เขียนด้วยพระจิตของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต มิได้ถูกจารึกไว้บนแผ่นศิลา แต่จารึกไว้ในดวงใจของมนุษย์ ดุจจารึกบนแผ่นศิลา” (2คร. 3:3)

www.kamsonbkk.com

โยนาห์มารู้จักพระเจ้า

42. โยนาห์มารู้จักพระเจ้า
    พระเจ้าได้ตรัสกับโยนาห์ว่า “จงลุกขึ้น ไปยังกรุงนินะเวห์นครใหญ่ เมืองหลวงของอาณาจักรอัสซีเรีย    และประกาศแก่เมืองนั้นว่า    การลงโทษของพระเจ้าได้ตกมาถึงเขาแล้ว    แต่โยนาห์ไม่ต้องการจะไปที่นินะเวห์    เขาวิ่งหนีขึ้นไปบนเรือและมุ่งหน้าไปสู่เมืองทารชิชอันห่างไกล    เขาต้องการหลบไปให้พ้นจากพระพักตร์พระยาห์เวห์
    แต่พระเจ้าได้บันดาลให้เกิดพายุใหญ่ในทะเลจนน่ากลัวว่าเรือจะอับปาง บรรดาลูกเรือมีความกลัว ต่างร้องหาเทพเจ้าของตนและโยนข้าวของในเรือลงทะเล แต่โยนาห์หลับสนิทอยู่ใต้ท้องเรือ    กัปตันมาปลุกโยนาห์ให้ตื่นและถามเขาว่า “อะไรกัน ท่านยังนอนหลับได้หรือ จงลุกขึ้น เรียกพระเจ้าของท่าน บางทีพระองค์จะทรงคิดถึงพวกเราบ้าง เราจะได้ไม่ต้องพินาศ”    แล้วทุกคนพูดกันว่า “มาเถอะ เรามาจับสลากกัน เพื่อจะรู้ว่าใครเป็นเหตุทำให้ภัยนี้เกิดแก่เรา” เขาจึงจับสลาก สลากก็ตกแก่โยนาห์     โยนาห์จึงตอบว่า “จงจับข้าพเจ้าโยนลงไปในทะเล ทะเลก็จะสงบลงสำหรับท่าน เพราะข้าพเจ้ารู้ว่าเป็นความผิดของข้าพเจ้าที่พายุใหญ่เกิดขึ้นแก่ท่านเช่นนี้”    พวกลูกเรือพยายามแจวเรืออย่างสุดกำลังเพื่อนำเรือกลับเข้าฝั่ง แต่ไม่สำเร็จ เพราะทะเลยิ่งปั่นป่วนมากขึ้นต้านเขา เขาทั้งหลายจึงร้องหาพระยาห์เวห์พูดว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ได้ทรงโปรดเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายวอนขอพระองค์อย่าทรงปล่อยให้ข้าพเจ้าทั้งหลายต้องพินาศเพราะชีวิตของชายผู้นี้เลย อย่าให้ข้าพเจ้าต้องรับผิดชอบความตายของผู้บริสุทธิ์    เพราะพระองค์ข้าแต่พระยาห์เวห์ได้ทรงทำตามที่พอพระทัย” เขาทั้งหลายจึงจับโยนาห์โยนลงไปในทะเล ความปั่นป่วนของทะเลก็สงบลง
    พระยาห์เวห์ทรงจัดให้ปลาใหญ่ตัวหนึ่งกลืนโยนาห์เข้าไป โยนาห์อยู่ในท้องปลาเป็นเวลาสามวันสามคืน    จากท้องปลาโยนาห์อธิษฐานภาวนาต่อพระยาห์เวห์ แล้วพระยาห์เวห์ตรัสสั่งปลาให้สำรอกโยนาห์ออกไว้บนแผ่นดินแห้ง    พระยาห์เวห์ตรัสกับโยนาห์อีกครั้งหนึ่งว่า “จงลุกขึ้นไปยังกรุงนินะเวห์นครใหญ่ และประกาศเรื่องที่เราจะบอกท่านแก่เขา”    โยนาห์ก็ลุกขึ้นไปยังกรุงนินะเวห์ตามพระวาจาของพระยาห์เวห์    และที่นั่นเขาได้ประกาศว่า “อีกสี่สิบวันกรุงนินะเวห์จะถูกทำลาย”    ชาวกรุงนินะเวห์เชื่อฟังพระเจ้าและประกาศให้อดอาหาร สวมเสื้อผ้ากระสอบทุกคนตั้งแต่คนใหญ่ที่สุดจนถึงคนเล็กที่สุด    พระเจ้าทอดพระเนตรเห็นความพยายามของเขาที่จะกลับใจไม่ประพฤติชั่วอีกต่อไป พระองค์ทรงเมตตาไม่ลงโทษตามที่ตรัสไว้ว่าจะทรงลงโทษเขา    โยนาห์ไม่พอใจอย่างมากและมีความโกรธเคือง    เขาอธิษฐานภาวนาต่อพระยาห์เวห์ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้ารู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้เมตตาและกรุณา ไม่โกรธง่าย เปี่ยมด้วยความรักมั่นคง และกลับพระทัยไม่ลงโทษ บัดนี้ข้าแต่พระยาห์เวห์ขอพระองค์ทรงเอาชีวิตของข้าพเจ้าไปเถิด เพราะข้าพเจ้าตายเสียยังดีกว่ามีชีวิตอยู่”
    โยนาห์จึงออกจากเมืองไปนั่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง เขาสร้างเพิงแล้วไปนั่งในที่ร่มที่นั่น คอยดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเมืองนั้น    พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงจัดให้ต้นละหุ่งต้นหนึ่งงอกขึ้นมาเหนือโยนาห์เพื่อให้ร่มบังศีรษะชองเขา    โยนาห์จึงยินดียิ่งนักเพราะต้นละหุ่งต้นนี้    แต่วันต่อมาเมื่อตะวันขึ้น พระเจ้าทรงจัดให้หนอนคัวหนึ่งมากัดกินต้นละหุ่งต้นนั้นจนเหี่ยวไป    เมื่อตะวันขึ้นแล้ว พระเจ้าทรงจัดให้ลมตะวันออกที่ร้อนจัดพัดมา แสดงแดดก็แผดเผาศีรษะของโยนาห์จนเป็นลม เขาจึงทูลขอให้ตาย พูดว่า “ข้าพเจ้าตายเสียก็ยังดีกว่ามีชีวิตอยู่” พระยาห์เวห์จึงตรัสว่า “ดีแล้วหรือที่ท่านโกรธเพราะต้นละหุ่งต้นนั้น” โยนาห์ทูลตอบว่า “ดีแล้ว พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าโกรธมากจนอยากตาย” แต่พระยาห์เวห์ตรัสว่า “ท่านสงสารต้นละหุ่งต้นนั้นที่ท่านไม่ได้ลงแรงปลูกหรือทำให้มันงอกขึ้น มันโตขึ้นในคืนเดียวแล้วก็ตายไปในคืนเดียว แล้วจะไม่สงสารกรุงนินะเวห์นครยิ่งใหญ่นั้น ซึ่งมีประชาชนมากกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นคนที่แยกไม่ออกว่าข้างไหนมือขวา ข้างไหนมือซ้าย และมีสัตว์เลี้ยงจำนวนมากด้วยละหรือ” (ยนา)

Kamson BKK Update!!

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
5886
11887
73203
310666
816522
16547033
Your IP: 3.233.215.231
2020-02-21 09:30

สถานะการเยี่ยมชม

มี 180 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk