^Back To Top

  • 1 1
    แนวทางปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต
  • 2 2
    จำศีลอดอาหาร การอดอาหารหรืออดสิ่งจำเป็นเล็กน้อยในชีวิตก็เป็นการร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องของเราที่กำลังอดอยาก ขาดอาหารบริโภค ขาดความสะดวกสบายที่จำเป็นสำหรับชีวิต ที่สำคัญที่สุด คือ อดใจไม่ทำบาป
  • 3 3
    ทำกิจเมตตา เหตุผลอีกอย่างหนึ่งของการจำศีลอดอาหารในเทศกาลมหาพรตก็เพื่อเราจะได้มีโอกาสแบ่งปันอาหารแก่ผู้ที่หิวโหย เราอดออมเงินส่วนหนึ่ง จากการซื้ออาหารหรือขนมไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีอาหารไม่เพียงพอ การทำดังนี้ เป็นการตอบรับเสียงเรียกของพระเยซูเจ้าที่บอกเราให้เลี้ยงอาหารผู้หิวโหย เยี่ยมเยียนผู้เจ็บป่วย และปลอบโยนผู้ที่อยู่ในความโศกเศร้า
  • 4 4
    ภาวนา การภาวนามีความสำคัญยิ่งในเทศกาลมหาพรต เพราะทำให้เราได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจากความจริงแห่งการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเพื่อเรา เราจึงควรสรรเสริญสดุดีพระองค์ พระเยซูภาวนาบ่อยๆ เพราะพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า และมีความต้องการจะสัมพันธ์กับพระบิดา
  • 5 5
    เราก็เช่นกัน เราต้องภาวนาไม่ใช่เพราะมีคนอื่นบอก หรือเพราะมีกฎบังคับ เราภาวนาเพราะมีความสำนึกว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งต้องการมีความสัมพันธ์กับพระบิดา

www.kamsonbkk.com

V. ชาวยิวได้รับอิสรภาพในการปฏิบัติศาสนกิจ

V. ชาวยิวได้รับอิสรภาพในการปฏิบัติศาสนกิจ

ยูดาส มัคคาบี ต่อต้านกษัตริย์ซีเรีย a
8    1ยูดาส มัคคาบีและพวกลอบเข้ามาตามหมู่บ้าน เชิญชวนญาติพี่น้องและคนอื่นๆที่ซื่อสัตย์ต่อลัทธิยูดายให้มารวมกันได้ประมาณหกพันคน 2เขาเหล่านั้นวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าให้ทอดพระเนตรประชากรที่ถูกทุกคนเหยียบย่ำ และให้ทรงสงสารพระวิหารที่คนไม่ยำเกรงพระเจ้าทำให้เป็นมลทิน 3ให้ทรงพระกรุณาต่อเมืองซึ่งถูกทำลายจนเกือบจะราบ ให้ทรงแก้แค้นแทนโลหิตที่เรียกหาพระองค์  4ให้ทรงระลึกถึงบรรดาเด็กไม่มีความผิดที่ถูกประหารอย่างอยุติธรรม ให้ทรงระลึกถึงผู้ที่กล้าดูหมิ่นพระนามของพระองค์ เพื่อแสดงว่าพระองค์ทรงเกลียดชังความชั่วร้าย 5เมื่อยูดาส มัคคาบีจัดกำลังพลแล้ว ชนต่างชาติไม่อาจต้านทานเขาได้ เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลิกกริ้ว กลับมาแสดงพระเมตตาต่อเขา 6ยูดาสเข้าโจมตีเมืองและหมู่บ้านโดยฉับพลันและจุดไฟเผา เขายึดชัยภูมิที่ดีแล้วขับไล่ข้าศึกจำนวนไม่น้อยbให้หนีไป 7เขาเลือกเข้าโจมตีในเวลากลางคืน ไม่นานนักชื่อเสียงความกล้าหาญของเขาก็เลื่องลือไปทุกแห่ง

นิคาโนร์และกอร์เกียสยกทัพมาทำสงคราม
    8เมื่อฟิลิปc เห็นว่ายูดาสขยายอำนาจปกครองได้มากขึ้นทุกที และประสบความสำเร็จบ่อยครั้งขึ้น จึงส่งสารไปถึงโทเลมี ผู้ปกครองแคว้นซีเรียใต้และแคว้นฟีนีเซีย ขอให้ยกทัพมาช่วยปกป้องผลประโยชน์ของกษัตริย์ 9โทเลมีรีบเลือกนิคาโนร์ บุตรของปาโตรคลัส พระสหายเอกคนหนึ่งของกษัตริย์ ให้ยกกำลังพลจากชนชาติต่างๆอย่างน้อยสองหมื่นคนไปทำลายล้างชนชาติยิวทั้งหมด แล้วให้กอร์เกียสผู้มีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารและชำนาญศึกยกทัพไปด้วย 10นิคาโนร์ตั้งใจจะขายเชลยศึกชาวยิวเป็นทาส เพื่อจะได้เงินสองพันตาลันต์มาจ่ายเป็นบรรณาการที่กษัตริย์ต้องทรงจ่ายแก่ชาวโรมัน 11เขาจึงส่งคนไปแจ้งข่าวที่เมืองตามชายฝั่งทะเล เชิญชวนให้มาซื้อทาสชาวยิว สัญญาว่าจะให้ทาสเก้าสิบคนต่อเงินหนึ่งตาลันต์ เขาไม่เคยคิดว่าพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพกำลังจะทรงลงโทษเขา
    12ยูดาสรู้ข่าวว่านิคาโนร์กำลังยกทัพมา จึงแจ้งให้คนของตนรู้ว่าข้าศึกอยู่ใกล้แล้ว 13คนขลาดและผู้ที่ไม่วางใจในความเที่ยงธรรมของพระเจ้าต่างหนีไปอยู่ที่อื่น 14บางคนก็ขายทุกสิ่งที่ตนมี แล้ววอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงช่วยตนให้รอดชีวิต เพราะแม้ก่อนจะสู้รบกัน นิคาโนร์ผู้ไม่ยำเกรงพระเจ้าก็ขายตนไปแล้ว 15เขาวอนขอพระเจ้าให้ทรงช่วยเหลือ มิใช่เพราะบุญกุศลของตน แต่เพราะเห็นแก่พันธสัญญาที่ทรงกระทำกับบรรพบุรุษ และเพราะพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์และทรงพระสิริรุ่งโรจน์ทรงเรียกตนเป็นประชากรของพระองค์d
    16ยูดาสมัคคาบีเรียกชุมนุมกำลังพลของตนจำนวนหกพันคน ปลุกใจไม่ให้หวาดกลัวข้าศึก หรือกลัวชนต่างชาติจำนวนมากที่มาโจมตีเขาอย่างอยุติธรรม แต่ให้ต่อสู้อย่างกล้าหาญ 17ให้ระลึกอยู่เสมอว่าศัตรูได้ลบหลู่พระวิหารอย่างน่าเกลียด ทารุณ เยาะเย้ยชาวกรุงเยรูซาเล็ม และยกเลิกขนบประเพณีของบรรพบุรุษ 18เขาพูดว่า “คนเหล่านี้วางใจในอาวุธและความสามารถของตน แต่พวกเราวางใจในพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระองค์ทรงพยักพระพักตร์เท่านั้นก็ทรงทำลายได้ทั้งศัตรูที่มาจู่โจมพวกเราและโลกทั้งโลก” 19เขายังเตือนให้ระลึกถึงโอกาสที่พระเจ้าทรงช่วยบรรพบุรุษ เช่นในรัชสมัยของกษัตริย์เซนนาเคริบ เมื่อศัตรูจำนวนหนึ่งแสนแปดหมื่นห้าพันคนต้องถูกทำลาย 20และในสมัยสงครามกับชาวกาละเทียที่กรุงบาบิโลน ชาวยิวเพียงแปดพันคนeร่วมกับชาวมาซิโดเนียสี่พันคนไปรบ เมื่อชาวมาซิโดเนียกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ คนเพียงแปดพันคนก็ทำลายศัตรูหนึ่งแสนสองหมื่นคนได้ และปล้นข้าวของจำนวนมาก ทั้งนี้ก็เพราะความช่วยเหลือจากสวรรค์
21ยูดาสพูดปลุกใจทหารด้วยถ้อยคำเหล่านี้ ให้ยอมตายเพื่อธรรมบัญญัติและบ้านเกิดเมืองนอน  แล้วแบ่งกองทัพออกเป็นสี่กอง 22ให้พี่น้องของตน คือซีโมน โยเซฟ และโยนาธานบังคับบัญชาแต่ละกอง ซึ่งมีกำลังพลหนึ่งพันห้าร้อยคน 23สั่งให้เอเลอาซาร์fอ่านหนังสือศักดิ์สิทธิ์ให้ทุกคนฟัง และกล่าวเป็นสัญญาณว่า “พระเจ้าทรงช่วย”g ต่อจากนั้นก็นำทหารกองแรกเข้าโจมตีนิคาโนร์ 24พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพทรงร่วมกับเขาในการสู้รบ เขาจึงฆ่าศัตรูได้มากกว่าเก้าพันคน ทำให้ทหารส่วนใหญ่ในกองทัพของนิคาโนร์บาดเจ็บและพิการ ทุกคนต้องหนีไป 25เขายึดเงินของพ่อค้าที่ตั้งใจจะมาซื้อชาวอิสราเอลไปเป็นทาส ไล่ตามศัตรูเป็นระยะทางพอสมควร แล้วจึงกลับมาเพราะเป็นเวลาเย็นมากแล้ว  26วันนั้นเป็นวันก่อนวันสับบาโต เขาจึงไล่ตามข้าศึกต่อไปไม่ได้ 27เขารวบรวมอาวุธของข้าศึกและข้าวของที่ริบมาได้ แล้วหยุดงานในวันสับบาโต สรรเสริญพระเจ้ามากกว่าเดิม และขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงพิทักษ์รักษาเขาให้ปลอดภัยจนถึงวันที่ทรงเริ่มสำแดงพระเมตตาแก่เขา 28หลังวันสับบาโต เขาแบ่งของที่ริบมาได้ให้แก่ผู้ที่ถูกข่มเหง แก่แม่ม่ายและลูกกำพร้า ส่วนที่เหลือเขากับพวกลูกๆก็แบ่งปันกัน  29เมื่อแบ่งข้าวของเสร็จแล้ว เขาก็ร่วมใจกันอธิษฐานภาวนาวอนขอองค์พระผู้เป็นเจ้าให้ทรงพระเมตตา และทรงกลับคืนดีกับบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์อย่างสมบูรณ์

ทิโมธีและบัคคีเดสพ่ายแพ้ h
    30ยูดาสและกำลังพลยังคงเผชิญหน้ากับกองทัพของทิโมธีและบัคคีเดส ฆ่าศัตรูได้มากกว่าสองหมื่นคน ยึดป้อมในที่สูงได้หลายป้อม เขาแบ่งข้าวของมากมายที่ปล้นมาได้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับตนและทหาร อีกส่วนหนึ่งสำหรับผู้ที่ถูกข่มเหง ลูกกำพร้า แม่ม่ายและคนชรา 31เขารวบรวมอาวุธของศัตรูนำไปเก็บไว้อย่างดีในที่เหมาะสม นำของเชลยที่เหลือไปกรุงเยรูซาเล็ม 32เขาประหารผู้บัญชาการiกองทัพของทิโมธี ผู้บัญชาการผู้นี้เป็นคนเลวร้ายที่สุด ทำร้ายชาวยิวจำนวนมาก 33ขณะที่ฉลองชัยชนะที่กรุงเยรูซาเล็ม ยูดาสและกำลังพลเผาคนที่จุดไฟเผาประตูพระวิหารj และเผาคัลลิสเธเนสซึ่งหลบซ่อนอยู่ในบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง คัลลิสเธเนสจึงได้รับโทษสาสมกับความอธรรมของตน

นิคาโนร์ต้องหนีและยอมรับว่ามีพระเจ้า
    34นิคาโนร์ผู้สมควรจะถูกสาปแช่ง นำพ่อค้าหนึ่งพันคนมาคอยซื้อชาวยิว 35แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยเหลือผู้ที่นิคาโนร์คิดว่าไร้ค่า คนเหล่านี้ทำให้เขาต้องตกต่ำ ต้องถอดเสื้อผ้าหรูหราออก หลบหนีไปตามทุ่งนาคนเดียวเหมือนทาสที่หลบหนี เขาโชคดีที่ไปถึงเมืองอันทิโอกได้ ทั้งๆที่กองทัพของตนถูกทำลายสิ้นแล้ว 36นิคาโนร์เคยสัญญากับชาวโรมันว่าจะจ่ายบรรณาการให้โดยขายชาวกรุงเยรูซาเล็มที่จับเป็นเชลย บัดนี้เขาต้องยืนยันว่าชาวยิวมีพระเจ้าผู้ทรงป้องกัน จึงไม่มีใครเอาชนะได้ เพราะชาวยิวเหล่านี้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติที่พระองค์ประทานให้

วาระสุดท้ายของกษัตริย์อันทิโอคัส เอปีฟาเนส
9    1ขณะนั้น กษัตริย์อันทิโอคัสต้องเสด็จกลับมาจากแคว้นเปอร์เซียอย่างน่าอับอาย 2พระองค์เคยเสด็จเข้าเมืองเปอร์เซโปลิส พยายามจะปล้นวิหารa และยึดเมือง แต่ชาวเมืองรีบจับอาวุธเพื่อป้องกัน จนกระทั่งกษัตริย์อันทิโอคัสทรงถูกชาวเมืองขับไล่ ต้องถอยทัพกลับไปอย่างน่าอับอาย 3เมื่อประทับอยู่ที่เมืองเอกบาทานาb กษัตริย์อันทิโอคัสทรงทราบเรื่องที่เกิดขึ้นกับนิคาโนร์และกองทัพของทิโมธี 4พระองค์กริ้วมาก ทรงคิดจะลงโทษชาวยิวแทนผู้ที่ทำให้พระองค์ต้องหลบหนีอย่างน่าอับอาย จึงรับสั่งให้ผู้ขับรถศึกรีบเดินทางต่อไปโดยไม่หยุดจนกว่าจะถึงปลายทาง แต่การตัดสินลงโทษจากสวรรค์อยู่ใกล้พระองค์แล้ว เพราะพระองค์ตรัสอย่างโอหังว่า “เมื่อเราไปถึง เราจะทำให้กรุงเยรูซาเล็มเป็นสุสานของชาวยิว”
    5แต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอลทรงเห็นทุกสิ่ง ทรงบันดาลให้เกิดแผลที่มองไม่เห็นและรักษาไม่ได้ ทันทีที่ตรัสจบ กษัคริย์ต้องทรงทรมานอย่างยิ่งในพระนาภี และทรงเจ็บปวดอย่างสาหัสที่พระอันตคุณ (ลำไส้) 6เป็นโทษทัณฑ์อย่างสาสมสำหรับผู้ที่เคยทรมานลำไส้ของผู้อื่นด้วยเครื่องทรมานแปลกๆหลายอย่าง 7พระองค์ไม่ทรงเลิกประพฤติอย่างโอหัง กลับทรงหยิ่งยโสยิ่งขึ้น กริ้วชาวยิวอย่างรุนแรง ทรงสั่งให้ขับรถศึกเร็วขึ้น ทันใดนั้นก็ทรงตกจากรถที่กำลังแล่นไปอย่างรวดเร็ว การตกอย่างรุนแรงนี้ทำให้พระวรกายทุกส่วนยับเยิน 8ผู้ที่เคยคิดว่าตนมีอำนาจสั่งคลื่นในทะเล และคิดว่าตนอยู่เหนือผู้อื่น ชั่งยอดเขาได้ด้วยตาชั่ง บัดนี้กลับต้องถูกโยนลงกับพื้น ต้องถูกแบกขึ้นแคร่หามไป แสดงให้ทุกคนเห็นพระอานุภาพของพระเจ้าอย่างชัดเจน 9นัยน์ตาcของคนอธรรมผู้นี้มีหนอนไต่ยั้วเยี้ย ขณะที่ยังไม่ตาย เขาต้องได้รับความทรมานอย่างสาหัส เนื้อหนังเน่าส่งกลิ่นเหม็นจนกองทัพทั้งหมดต้องคลื่นเหียนเพราะความเน่าเปื่อย 10ผู้ที่เคยคิดว่าตนเอื้อมหยิบดวงดาวบนท้องฟ้าลงมาได้ บัดนี้กลับไม่มีผู้ใดยอมเข้ามาแบกร่างขึ้น เพราะกลิ่นเหม็นสุดจะทนได้
    11ในที่สุด พระองค์ทรงท้อแท้หมดหวัง ทรงยอมเลิกโอหัง ทรงเริ่มเข้าใจว่าความทรมานอย่างต่อเนื่องเช่นนี้มาจากการที่พระเจ้าทรงเฆี่ยนตีพระองค์ 12เมื่อทรงทนความเหม็นในพระวรกายไม่ได้ พระองค์ตรัสว่า “ถูกต้องแล้วที่จะต้องอยู่ภายใต้อำนาจของพระเจ้า มนุษย์ที่รู้จักตายต้องไม่คิดว่าตนเท่าเทียมกับพระเจ้า”d
    13คนชั่วร้ายคนนี้เริ่มอธิษฐานภาวนาต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้จะไม่ทรงพระเมตตาต่อเขาอีกต่อไปว่า 14ก่อนนั้นตนเคยคิดจะรีบไปทำลายเมืองศักดิ์สิทธิ์ให้ราบ แล้วทำให้เป็นสุสาน บัดนี้ ตนจะปล่อยเมืองนั้นให้เป็นอิสระ 15ก่อนนั้นตนเคยคิดว่าชาวยิวไม่สมควรจะได้รับการฝังศพ แต่ควรนำไปโยนพร้อมกับทารกให้แร้งและสัตว์ป่ากิน บัดนี้ตนจะให้มีสิทธิเท่าเทียมกับชาวเอเธนส์ 16ตนสัญญาว่าจะตกแต่งพระวิหารที่เคยปล้นมาแล้วด้วยของถวายที่ดีที่สุด ตนจะนำภาชนะศักดิ์สิทธิ์มาคืนให้มากกว่าที่เคยนำไป จะจัดถวายค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องบูชาจากรายได้ของตน 17ยิ่งกว่านั้น ตนจะกลับใจเป็นยิวด้วย จะไปทุกแห่งที่มีผู้คนอยู่ แล้วประกาศพระอานุภาพของพระเจ้า

กษัตริย์อันทิโอคัสทรงเขียนสารถึงชาวยิว
    18การตัดสินลงโทษอย่างยุติธรรมของพระเจ้ามาถึงแล้ว ความทรมานที่พระองค์ทรงได้รับจึงไม่ลดน้อยลง ทรงรู้สึกหมดหวังสำหรับพระองค์ จึงทรงเขียนสารถึงชาวยิวดังต่อไปนี้
    19”อันทิโอคัส กษัตริย์และผู้บัญชาการกองทัพe ขอส่งความสุขและความปรารถนาดีมายังพลเมืองชาวยิวที่นับถือ ขอให้ท่านอยู่อย่างเป็นสุข 20ถ้าท่านและลูกหลานอยู่สบายดี การงานดำเนินไปดังที่ท่านปรารถนา ข้าพเจ้าขอบพระคุณสวรรค์fยิ่งนัก 21บัดนี้ข้าพเจ้าป่วย ข้าพเจ้ายินดีระลึกถึงความเคารพและความปรารถนาดีที่ท่านgมีต่อข้าพเจ้า เมื่อกลับมาจากแคว้นเปอร์เซีย ข้าพเจ้าเจ็บป่วยเป็นโรคที่ทรมานอย่างมาก ข้าพเจ้าคิดว่าจำเป็นต้องวางแผนสำหรับความปลอดภัยของทุกคน 22ข้าพเจ้ามิได้หมดหวังกับสภาพของตน ข้าพเจ้ายังหวังอย่างมากที่จะหายจากโรคนี้ 23ข้าพเจ้าระลึกได้ว่าเมื่อพระราชบิดาเสด็จไปรบh ยังแคว้นทางเหนือ พระองค์ทรงแต่งตั้งผู้ที่สืบราชสมบัติ 24เพื่อว่าถ้ามีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น หรือมีข่าวลือที่ไม่ดี ประชาชนทั่วแผ่นดินจะไม่วุ่นวายเมื่อรู้ว่าผู้ใดได้รับอำนาจปกครองสืบต่อไป 25ข้าพเจ้ารู้ดีว่าผู้ปกครองเมืองใกล้เคียง โดยเฉพาะที่มีอาณาเขตติดต่อกับอาณาจักรของเรา คอยเฝ้าหาโอกาสและคอยดูว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าจึงแต่งตั้งอันทิโอคัส บุตรของข้าพเจ้าให้เป็นกษัตริย์ อันทิโอคัสผู้นี้ ข้าพเจ้าเคยฝากไว้กับท่านเกือบทุกคนแล้ว เมื่อข้าพเจ้าต้องรีบยกทัพไปรบในแคว้นทางเหนือ ข้าพเจ้ายังเขียนจดหมายอีกฉบับหนึ่งถึงเขาแนบมาด้วยi 26ข้าพเจ้าขอร้องท่านทุกคนให้ระลึกถึงบุญคุณทั้งส่วนรวมและส่วนตัวที่ท่านแต่ละคนได้รับ ขอให้ท่านรักษาความปรารถนาดีต่อข้าพเจ้าและต่อบุตรของข้าพเจ้าต่อไป 27ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเขาจะปฏิบัติต่อท่านตามคำแนะนำของข้าพเจ้าอย่างเป็นธรรมและมีเมตตา”
    28คนชั่วร้ายผู้หมิ่นประมาทพระเจ้าผู้นี้ต้องทนทรมานอย่างสาหัส ดังที่เขาเคยทรมานผู้อื่น และสิ้นชีวิตอย่างน่าสังเวชในแถบภูเขาต่างแดนj 29ฟิลิปซึ่งเติบโตมาพร้อมกับพระองค์ นำพระศพกลับมา แต่เพราะไม่ไว้ใจพระราชโอรสของกษัตริย์อันทิโอคัส เขาจึงไปอยู่กับกษัตริย์โทเลมี ฟีโลเมเตอร์k ที่อียิปต์

การชำระพระวิหาร
10    1องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำยูดาสมัคคาบีและพวกไปยึดพระวิหารและกรุงเยรูซาเล็มคืนมา 2เขาทั้งหลายทำลายแท่นบูชาที่ชนต่างชาติสร้างขึ้นในตลาด และในบริเวณพระวิหาร 3เขาชำระพระวิหารให้หมดมลทินและสร้างพระแท่นบูชาใหม่ แล้วใช้หินเหล็กไฟตีให้เกิดประกาย เพื่อก่อไฟเผาเครื่องบูชาหลังจากหยุดมาเป็นเวลาสองปี เผากำยาน จุดตะเกียง และตั้งขนมปังถวาย 4เมื่อทำเสร็จแล้ว เขาก็กราบลงที่พื้น ทูลขอองค์พระผู้เป็นเจ้า อย่าทรงปล่อยให้เขาต้องประสบเคราะห์ร้ายเช่นนี้อีก ถ้าเขาทำบาปเมื่อใด ก็ขอทรงลงโทษเขาแต่พอประมาณ อย่าทรงมอบเขาแก่ชนต่างชาติที่ดูหมิ่นพระเจ้าและทำทารุณ 5เขาชำระพระวิหารในวันครบรอบปีที่ชนต่างชาติทำให้พระวิหารเป็นมลทิน คือวันที่ยี่สิบห้าเดือนคิสเลฟa 6เขาฉลองด้วยความยินดีเป็นเวลาแปดวันเหมือนเทศกาลอยู่เพิง ระลึกว่าก่อนหน้านั้นไม่นานเขาฉลองเทศกาลอยู่เพิงไม่ได้ เพราะกระจัดกระจายอยู่ตามภูเขาและในถ้ำเหมือนสัตว์ป่า 7บัดนี้ เขาถือท่อนไม้พันด้วยเถาวัลย์ และถือกิ่งไม้เขียวหรือกิ่งปาล์ม เดินเป็นขบวนร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงช่วยให้เขาชำระพระวิหารของพระองค์ได้ 8เขาจึงชุมนุมกันกำหนดให้ชนชาติยิวทั้งชาติจัดงานฉลองวันเหล่านี้ทุกปีb ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

หมวดปรีชาญาณ

wisdom books

Bible Diary 2020

img007 resize

บทอ่านและบทมิสซา

ordomissae

พันธสัญญาใหม่

spd 20110902115342 b

บทเพลงศักดิ์สิทธิ์

angels-5b

เอกสารฉลอง 350 ปี

350

พระวาจาประจำวัน

word of God 2

เว็บไซต์คาทอลิก

bkk


sathukarnlogo


haab


becthailand


santikham


pope report-francis


bannerpope


cc_link2011


0002


thaicatholicbible


mass


bnbec


facebook

สถิติเยี่ยมชม (เริ่ม 22-02-2012)

วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทั้งหมด
11034
17300
57463
388628
816522
16624995
Your IP: 34.204.191.0
2020-02-26 16:26

สถานะการเยี่ยมชม

มี 136 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

 

แผนกคริสตศาสนธรรม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
122/8 อาคารแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซ.นนทรี 14 ถ.นนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทร. 095-953-3070,  02-681-3850   Email: ccbkk@catholic.or.th   Line_ID: kamsonbkk